เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และความปลอดภัยของคนไข้คือสิ่งสำคัญที่สุด หมอจึงเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ให้แก่คนไข้

เสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และความปลอดภัยของคนไข้คือสิ่งสำคัญที่สุด
หมอจึงเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ให้แก่คนไข้

สิ่งเหล่านั้น ได้แก่อะไรบ้าง ตามมาครับ หมอจะเล่าให้ฟัง

1. ผ่าตัดนาน อย่างน้อย 8 ชั่วโมง บางเคสยากมากๆ 13 ชั่วโมงก็มีมาแล้ว

เนื่องจากเคสที่จำเป็นต้องผ่าตัดด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง มักเป็นเคสที่มีปัญหามากอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างจมูกเอียงมาก ปลายจมูกเหินรั้นเชิด ปลายจมูกแบนมาก หรือ เนื้อน้อยมาก ใกล้ทะลุ เป็นต้น

 

ปัญหาเหล่านี้ หากต้องการแก้ไขให้ออกมาดี จะผ่าตัดแบบลวกๆแค่ 4-5 ชั่วโมงไม่ได้ ต้องใช้เวลานาน เพราะเป็นงานละเอียด ค่อยๆผ่าตัดเพื่อไม่ให้โครงสร้างภายในจมูกของคนไข้เสียหาย และผ่าตัดแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกทุกจุดของคนไข้ให้ออกมาดี

 

ไม่ใช่นำซี่โครงมายืดผนังกั้นจมูกเพื่อให้ปลายจมูกพุ่งขึ้นหรือยาวเท่านั้น

 

แต่จะต้องนำกระดูกอ่อนซี่โครงมาแก้ไขปัญหาโครงสร้างจมูกเอียงเบี้ยวให้ตรง เสริมความแข็งแรงให้แก่จมูกของคนไข้ นำซี่โครงมาเสริมที่สันจมูก เพื่อให้ได้รูปทรงจมูกที่สวยงาม

 

ซึ่งการเหลาตกแต่งกระดูกอ่อนซี่โครงมาใส่ที่สันจมูกนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ฝีมือ จนคุณหมอบางท่านที่ไม่ชำนาญ ก็จะเลือกใส่ซิลิโคนที่สันจมูกแทน หรือใช้เป็นกระดูกอ่อนสับแทน

 

ดังนั้น จะเห็นได้ว่ามีขั้นตอนในการผ่าตัดเป็นจำนวนมาก ถ้าปัญหาจมูกมีเยอะ ก็จะยิ่งใช้เวลานาน

 

สำหรับหมอ หมอจะตั้งใจผ่าตัดให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ไม่เร่งรีบ เพราะหมอรับผ่าตัดแค่วันละเคส จึงไม่มีความจำเป็นที่จะเร่งรีบผ่าตัดเพราะมีคนไข้คนอื่นรอผ่าตัดต่อไปอยู่

 

ถ้าจมูกยังไม่ออกมาดีที่สุดเท่าที่ความสามารถหมอจะทำได้ หมอจะไม่ยุติการผ่าตัดโดยเด็ดขาด
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมจึงต้องใช้เวลาผ่าตัดนาน ผ่าตัดแค่ 4-5 ชั่วโมงไม่ได้

2. เมื่อผ่าตัดนานจึงควรผ่าตัดในโรงพยาบาลใหญ่ที่ได้มาตรฐาน

การดมยาสลบเป็นระยะเวลานาน มีความเสี่ยงหลายอย่างต่อคนไข้ ถึงแม้ว่าจะมีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่อาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตของคนไข้ได้ หากเกิดปัญหาที่ว่าขึ้นมาจริงๆ ถ้าเป็นการผ่าตัดในคลินิกหรือโรงพยาบาลขนาดเล็กที่มีหมอไม่มากพอ ก็จะไม่สามารถช่วยเหลือคนไข้ได้ทัน เพราะหากเกิดเหตุในคลินิกจะทำได้เพียงช่วยเหลือเบื้องต้น แล้วเคลื่อนย้ายคนไข้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

 

สำหรับหมอ ความปลอดภัยของคนไข้คือสิ่งสำคัญที่สุด เคสกระดูกอ่อนซี่โครงทุกเคส หมอจึงพาคนไข้ไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ทุกด้านคอยช่วยเหลือ หากเกิดปัญหาเร่งด่วนจริงๆ จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน

 

แต่การผ่าตัดในโรงพยาบาล ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามมา ส่งผลให้มีคนไข้ตัดสินใจผ่าตัดน้อยลง

 

ถ้าหมอเห็นแก่เงิน อยากได้เงินเยอะๆ หมอจะผ่าตัดเคสซี่โครงแบบดมยาสลบในคลินิกก็ได้ เพราะต้นทุนการดมยาสลบในคลินิกไม่ได้สูงอะไรมาก

 

แต่ถ้าไม่ให้เสี่ยง หมอก็จะต้องผ่าตัดแบบรีบๆ รีบผ่าให้เสร็จเร็วๆ เพราะถ้าผ่าตัดนานก็จะเสี่ยง แต่จมูกก็จะออกมาไม่สวย หรือ ปัญหาจมูกต่างๆที่มีอยู่ ไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด เพราะไม่มีเวลามากพอ

 

หมอทำแบบนี้ไม่ได้ครับ หมอกินข้าวจากเงินที่ได้มาแบบนั้นไม่ลงครับ

 

เพราะทุกเคสที่หมอผ่าตัด หมอจะต้องใช้เวลาในการผ่าตัดให้จมูกออกมาดีที่สุด จึงจะเลิกผ่าตัด ซึ่งใช้เวลานาน

 

และเมื่อใช้เวลานาน เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ จึงจำเป็นต้องผ่าตัดที่โรงพยาบาลครับ

3. วิสัญญีแพทย์เฉพาะบุคคล

ในการดมยาสลบ วิสัญญีแพทย์คือคนที่สำคัญที่สุด จะต้องมีความชำนาญ มีประสบการณ์สูงมากพอ ดังนั้น หมอจึงเลือกวิสัญญีแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงมากมาดมยาสลบให้แก่คนไข้ และเป็นการดมยาสลบแบบหนึ่งต่อหนึ่ง คือ วิสัญญีแพทย์จะดูแลคุณเพียงคนเดียวตลอดการผ่าตัด ไม่มีการไปดูคนไข้คนอื่นร่วมด้วย

 

อันนี้เรื่องสำคัญมากนะครับ เพราะถ้าวิสัญญีแพทย์ดูแลคนไข้หลายๆคนพร้อมกัน คุณจะมีความเสี่ยงสูงมากขนาดไหน
ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ หมอดูแลให้คุณปลอดภัยแน่นอน

4. ผ่าตัดเลาะกระดูกอ่อนซี่โครง ด้วยแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมทรวงอก ระดับอาจารย์โรงเรียนแพทย์

ข้อนี้สำคัญมาก !!!!

 

การผ่าตัดเลาะเอากระดูกอ่อนซี่โครงออกมา จริงๆแล้วมีความเสี่ยงน้อยมาก แต่มีความเสี่ยงอยู่หนึ่งอย่างที่อาจจะเกิดขึ้นได้ก็คือ เยื่อหุ้มปอดฉีกขาด ทำให้เกิดลมรั่วในปอดเกิดขึ้น ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัย และปล่อยให้มีลมรั่วมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายอาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

 

โดยทั่วไป หลังจากที่เลาะเอากระดูกอ่อนซี่โครงออกมาแล้ว หมอผ่าตัดจะทำการทดสอบทันทีว่ามีลมรั่วในปอดหรือไม่

 

ถ้ามีปัญหานี้เกิดขึ้น จะมีวิธีการแก้ไขได้ 2 อย่าง
อย่างแรกคือ ทำการเย็บซ่อมเยื่อหุ้มปอดทันที หรือ
อย่างที่สอง ทำการใส่ท่อระบายลมที่หน้าอก ประมาณ 3-5 วัน

 

ถ้าเป็นไปได้ คงไม่มีใครอยากมีท่อระบายลมคาอยู่ที่หน้าอก ดังนั้นหมอผ่าตัดจะเลือกการแก้ไขโดยการเย็บซ่อมเยื่อหุ้มปอดเป็นอันดับแรก

 

แต่หมอที่มีความชำนาญสูงมากๆ ในการเย็บซ่อมแซมเยื่อหุ้มปอดที่มีการฉีกขาด ก็คือ หมอเฉพาะทางศัลยกรรมทรวงอก ซึ่งมีคุณหมอเฉพาะทางด้านนี้เป็นจำนวนน้อยมากๆ ดังนั้น หากแพทย์ที่ผ่าตัดไม่มีความชำนาญในการเย็บซ่อมเยื่อหุ้มปอด คนไข้ก็จะมีท่อระบายลมอยู่ที่หน้าอก 3-5 วันไป

 

โชคดีมากๆ ที่หมอได้มีอาจารย์แพทย์ศัลยกรรมทรวงอกจากโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง มาร่วมทีม ทำหน้าที่ในการผ่าตัดเลาะกระดูกอ่อนซี่โครงออกมาให้

 

ข้อดีสำหรับคนไข้คือ อาจารย์ท่านนี้มีฝีมือการผ่าตัดดีมาก ผ่าตัดเนี้ยบ บอบช้ำน้อย ผ่าตัดได้ซี่โครงชิ้นใหญ่ ด้วยเทคนิคแผลเล็กแค่ 1.5 – 2 cm เท่านั้น

 

และถ้าเกิดปัญหาเยื่อหุ้มปอดฉีกขาด อาจารย์ก็จะสามารถผ่าตัดเย็บซ่อมแซมได้ ทำให้ไม่ต้องมีท่อระบายลมออกมา

 

ต้องขอบคุณอาจารย์ท่านนี้มากๆ ที่ไว้ใจฝีมือการผ่าตัดจมูกของหมอ มาเข้าร่วมทีมกับเรา เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาจมูกของคนไข้ให้ออกมาดี

หมอตั้งใจมอบสิ่งที่ดีที่สุด ให้แก่คนไข้ที่ไว้วางใจ เชื่อใจผ่าตัดแก้จมูก หรือ เสริมจมูกกับหมอด้วยเทคนิคกระดูกอ่อนซี่โครง

 

หมอเข้าใจดีครับ ว่าราคาอาจจะสูง เพราะมีต้นทุนหลายอย่างที่มากกว่าการผ่าตัดแบบโอเพ่นด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก

 

แต่ถ้าปัญหาจมูกของคนไข้ยากมาก หรือ เคยทำแบบโอเพ่นและใช้กระดูกอ่อนผนังกั้น+กระดูกอ่อนหลังหูไปแล้ว
หากไม่ได้ใช้กระดูกอ่อนซี่โครง หมอก็คงไม่สามารถแก้ไขจมูกให้ออกมาดีได้จริงๆครับ

 

เพราะหมอไม่มีไม้กายสิทธิ์แบบ แฮรี่ พอตเตอร์ หรือ มีกระเป๋าหน้าท้องแบบโดเรมอนครับ

 

โดย หมอเชษฐ์

 

ปล. หมอผ่าตัดในรูปบนหัวบทความคือ อาจารย์ศัลยกรรมทรวงอกจากโรงเรียนแพทย์ ไม่ใช่หมอนะครับ หมอยังตัวบวมอยู่เหมือนเดิม

อยากเข้าใจการเสริมจมูก การแก้จมูก ด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงให้มากขึ้น

ดูวิดีโอที่คุณเชื่อชัยสัมภาษณ์หมอเชษฐ์ด้านล่างได้เลยครับ

สอบถามโปรโมชั่นในแต่ละเดือนหรือส่งรูปเพื่อปรึกษาคุณหมอเชษฐ์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้ที่ Facebook Messenger หรือ Line OA

แชร์บทความนี้

Facebook
Twitter